CHANGKHAM LogoCHANGKHAM
หน้าแรก/ข่าวสาร/จุดเริ่มต้นของช้างคำ
จุดเริ่มต้นของช้างคำ

จุดเริ่มต้นของช้างคำ

จุดกำเนิดของช้างคำ

เรื่องราวของ ช้างคำ หรือ “ทองคำของช้าง” เริ่มต้นขึ้นจากการค้นพบที่ดูราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การเดินทางของแบรนด์ในเวลาต่อมา


ในวันหนึ่ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านอาหารท้องถิ่นแห่งหนึ่ง สายตาได้สะดุดเข้ากับต้นไม้หลายต้นที่เติบโตอยู่ด้านหลังร้าน ท่ามกลางผืนป่าและภูมิประเทศตามธรรมชาติ พวกมันมิได้เรียงตัวเป็นแถวอย่างไร่ชาทั่วไป หากกลับเติบโตอย่างอิสระและดูเก่าแก่ราวกับอยู่ที่นั่นมานานหลายชั่วอายุคน ด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น เราจึงเด็ดใบอ่อนจากต้นมาลองชิม และในวินาทีนั้นเอง สิ่งที่เคยถูกมองข้ามมาเนิ่นนานก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน


"ต้นไม้เหล่านั้นคือต้นชาที่แท้จริง"


การค้นพบครั้งนั้นไม่เพียงเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อผืนป่าและขุนเขาทางภาคเหนือเท่านั้น หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ค้นคว้า และออกเดินทางตามหาร่องรอยของชาป่าโบราณ ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการก่อกำเนิดแบรนด์ ช้างคำ



ความตื่นเต้นและความประทับใจในวันนั้นยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ


ตลอดมา เราเข้าใจว่าชามีอยู่เพียงในไร่ที่มนุษย์ปลูกและดูแลอย่างเป็นระบบ แต่ผืนป่าและขุนเขาแห่งเชียงใหม่กลับเก็บรักษาเรื่องราวอีกบทหนึ่งเอาไว้อย่างเงียบงาม—เรื่องราวของต้นชาโบราณที่เติบโตเคียงคู่ธรรมชาติมาเนิ่นนาน ก่อนที่ผู้คนจำนวนมากจะรู้จักหรือมองเห็นคุณค่าของมัน


การค้นพบครั้งนั้นทำให้เราได้ตระหนักว่า ชาไม่ได้มีอยู่เพียงในไร่ หากยังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่า สายหมอก และขุนเขา รอคอยให้ผู้คนได้ค้นพบเรื่องราวอันล้ำค่าที่ธรรมชาติได้เก็บรักษาไว้ตลอดหลายชั่วอายุคน


ด้วยแรงบันดาลใจจากการค้นพบครั้งนั้น ในปี 2561 เราจึงเริ่มต้นการเดินทางเพื่อตามหาร่องรอยของชาป่าโบราณในจังหวัดเชียงใหม่อย่างจริงจัง ศึกษา เรียนรู้ และสำรวจความเป็นไปได้ของต้นชาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่าและขุนเขาทางภาคเหนือ


ในปี 2562 เราได้ทดลองผลิตชาแดงและชาอู่หลงจากต้นชาเหล่านั้นเป็นครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง ทั้งในด้านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่สะท้อนตัวตนของผืนป่าได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้เราเชื่อมั่นมากขึ้นว่าชาโบราณเหล่านี้มีคุณค่าและเรื่องราวที่ควรถูกค้นพบและส่งต่อ


อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลให้การเรียนรู้ การสำรวจ และแผนงานต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว


กระทั่งในปี 2566 เมื่อเรามีโอกาสกลับไปเยือนผืนป่าชาแห่งนั้นอีกครั้ง สิ่งที่รออยู่กลับเป็นข่าวที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ต้นชาจำนวนมากที่เคยเติบโตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้ถูกโค่นลง และพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นแปลงปลูกกาแฟแทน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เราตระหนักว่า มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าเหล่านี้อาจเลือนหายไปได้ หากไม่มีผู้คนลุกขึ้นมาศึกษา บันทึก และร่วมกันสืบสานเรื่องราวของชาป่าโบราณให้คงอยู่ต่อไป



อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้มิได้มีใครเป็นผู้กระทำผิด เกษตรกรจำนวนมากอาจไม่เคยได้รับโอกาสให้รู้ถึงคุณค่าและศักยภาพของต้นชาโบราณเหล่านี้ หรือบางคนอาจตระหนักถึงคุณค่าของมันอยู่แล้ว แต่ยังขาดองค์ความรู้ เทคโนโลยีในการผลิต ตลอดจนช่องทางการตลาดที่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งเมื่อเผชิญกับความเป็นจริงของชีวิตและภาระในการดูแลครอบครัว การเลือกปลูกกาแฟหรือพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นที่มีตลาดรองรับอย่างชัดเจน จึงเป็นการตัดสินใจที่เข้าใจได้และสะท้อนถึงความจำเป็นในวิถีชีวิตของผู้คนบนพื้นที่สูง


ในวันที่ต้นชาจำนวนมากค่อย ๆ หายไปจากผืนป่า เราได้มองเห็นความจริงข้อหนึ่งอย่างชัดเจนว่า การอนุรักษ์ชาป่าโบราณไม่อาจอาศัยเพียงความชื่นชมในคุณค่าของมัน หากต้องมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบเศรษฐกิจที่ช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลรักษามรดกเหล่านี้ไว้ได้อย่างยั่งยืน


เพราะท้ายที่สุดแล้ว การรักษาต้นชาไว้ได้ ไม่ได้หมายถึงการรักษาเพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ยังหมายถึงการรักษาเรื่องราว วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่เติบโตเคียงคู่ผืนป่ามาหลายชั่วอายุคน


การหายไปของต้นชาจำนวนมากในวันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงจุดสิ้นสุดของเรื่องราวบทหนึ่ง หากกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอีกบทหนึ่ง


เราเชื่อว่าชาโบราณของไทยไม่ควรเป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกหลงลืมอยู่ในผืนป่า แต่ควรได้รับการศึกษา อนุรักษ์ และส่งต่อคุณค่าให้ผู้คนได้รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น


ด้วยความตั้งใจดังกล่าว เราจึงก่อตั้งบริษัทขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งมั่นศึกษาค้นคว้า พัฒนา และยกระดับคุณค่าของชาโบราณจากผืนป่าของไทย


และนั่นคือจุดกำเนิดของ "ช้างคำ"



เราเชื่อว่าชาต้นไม้โบราณมิใช่เพียงทรัพยากรจากธรรมชาติ หากแต่เป็นมรดกอันล้ำค่าที่เชื่อมโยงผู้คน ผืนป่า และกาลเวลาเข้าด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ ช้างคำจึงมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการปกป้องต้นชาโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในผืนป่าของภาคเหนือ พร้อมสนับสนุนให้ชุมชนและเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านี้


เราเลือกเก็บเกี่ยวใบชาอย่างเคารพต่อธรรมชาติ โดยยึดมั่นในการเก็บชาเพียงปีละครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อเปิดโอกาสให้ต้นชาได้เติบโตตามจังหวะของตนเอง และเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชีวิตเหล่านี้มาอย่างยาวนาน


สำหรับช้างคำ การทำชาไม่ใช่การแสวงหาผลผลิตสูงสุดจากธรรมชาติ หากเป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ระหว่างความรวดเร็วกับความอดทน เราเลือกความอดทน ระหว่างการใช้ประโยชน์กับการดูแลรักษา เราเลือกการดูแลรักษา เพราะเราหวังว่า วันหนึ่งชาต้นไม้โบราณแห่งขุนเขาเชียงใหม่จะไม่เป็นเพียงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในผืนป่า แต่จะได้รับการมองเห็น เข้าใจ และได้รับการสืบสานต่อไปอีกยาวนาน


ช้างคำ ไม่ใช่เพียงแบรนด์ชา หากคือความตั้งใจในการปกป้องคุณค่าที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายชั่วอายุคนสร้างขึ้นมา

จุดเริ่มต้นของช้างคำ | CHANGKHAM | CHANGKHAM